Saturday, December 27, 2008

* อุ๊ย................ดาวตกแล้ว
อยากให้เป็นดาวเสาร์
เผื่อเธอจะเอาวงแหวนของดวงดาวมาให้ฉัน
เพื่อพันผูก หัวใจเราสองดวงให้อยู่คู่กันตลอดไป...


คนแต่งเพลงนี้คงไม่เคยเรียนดาราศาสตร์
ดาวตกที่เกิดขึ้น ไม่สามารถเป็นดาวเคราะห์ได้แต่อย่างใด

ดาวตกที่เห็น เกิดจากวัตถุในอวกาศที่โคจรมาใกล้โลกจนถูกแรงดึงดูดเข้ามาในชั้นบรรยากาศ และด้วยบรรยากาศที่หนาแน่น ทำให้วัตถุนั้นเผาไหม้ขึ้น จนเป็นแสงที่เรียกว่า ดาวตก

หากดาวเสาร์เป็นวัตถุนั้น แรงดึงดูดของดาวเสาร์ต่างหาก จะดึงโลกเข้าไป และโลกจะเป็นวัตถุที่ตกลงบนดาวเสาร์ เพราะขนาดของดาวเสาร์นั้นใหญ่กว่าโลกมากกว่า 700 เท่า

หากมีสิ่งมีชีวิตที่ทนอุณหภูมิสูง หายใจด้วยแก๊สไฮโดรเจน ผสมแอมโมเนีย ลอยไปลอยมาอยู่ในดาวเสาร์ หรือเรียกว่า มนุษย์ดาวเสาร์

ยิ่งกว่านั้น
หากพวกมนุษย์ดาวเสาร์ไม่ได้เรียนดาราศาสตร์ และเกิดอารมณ์โรแมนติก
เขาคงแต่งเพลง
* อุ๊ย................ดาวตกแล้ว
อยากให้เป็นดาวโลก
เผื่อเธอจะนำแผ่นดิน แำผ่นน้ำ และชั้นบรรยากาศของดวงดาวมาให้ฉัน
เพื่อพันผูก หัวใจเราสองดวงให้อยู่คู่กันตลอดไป...

Tuesday, December 09, 2008

ขอบคุณภาพจากแนวหน้า

จันทร์เอ๋ย จันทร์ยิ้ม
ยิ้มสุขพริ้ม ยิ้มฉงน หรือยิ้มหยัน
จันทร์เห็นเรา เราเห็นจันทร์ ต่างคิดกัน
ปากแย้มนั้น เหมือนว่ายิ้ม หมายต่างเอย


ปรากฏการณ์ จันทร์ยิ้ม
ต้องเรียกว่า ปรากฏการณ์จริงๆ นะครับ
ที่ทุกอย่างเกิดขึ้นแบบพร้อมๆ กันได้ขนาดนี้
กล่าวคือ
ดาวศุกร์ (ตาด้านซ้าย) ลุกโชนสว่าง เพราะอยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์มาก
ดาวพฤหัส (ตาด้านขวา) สว่างนิ่งๆ นวลๆ แม้จะห่างจากตาซ้ายหลายล้านกิโลเมตร
ดวงจันทร์ (ปากยิ้ม) อยู่ในตำแหน่งรับแสงเสี้ยว เหมือนปากยิ้ม
โลก อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้เราสามารถเห็นดาวเคราะห์ทั้งสามดวงได้ ในตำแหน่งที่มีความหมาย

ตั้งแต่เริ่มวัฒนธรรมมนุษย์มา เราเริ่มตีความสิ่งที่เห็นบนท้องฟ้าไปต่างๆ นานา
สมัยสามก๊ก ขงเบ้ง สุมาอี้ สามารถคาดเดาการตาย การเปลี่ยนเจ้าเมือง จากดาวหรี่ดับ
สมัยยุคกลาง การระเบิดของซูเปอร์โนวา ก็กลายเป็นเหตุการร้ายได้มากมาย
สมัยอยุธยา พงศาวดารกล่าวอ้างว่าดาวหางคือสัญญาณแผ่นดินเปลี่ยน

ตำแหน่งของดาวสี่ดวงจะมาเรียงตัวคล้ายๆ กันอีกครั้งในเช้ามืดวันที่ 23 เมษายน 2552
การตีความกับความหมายของการยิ้ม คงต่างกันไปตามบริบทสังคมตอนนั้น

ทางการแพทย์พิสูจน์แล้วว่า การที่เราอยู่ใกล้คนยิ้มเก่ง ยิ้มบ่อย เราจะยิ้มและมีความสุขไปด้วย เหมือนเป็นโรคติดต่อ
การคาบปากกา ให้ปากอยู่ในตำแหน่งเหมือนยิ้ม เมื่อดูหนังตลกจะตลกขึ้น
และหนังตลกถ้ามีเสียงหัวเราะนำให้ถูกจังหวะ ความตลกก็จะเพิ่มขึ้น
การแกล้งยิ้มหัวเราะทุกเช้า วันนั้นจะเริ่มด้วยความสุข
เมื่อเกิดปัญหารุมเร้า หาทางออกไม่ได้ ทางเดียวที่ทำได้คือ “ยิ้มสู้”

ในคืนจันทร์ยิ้มนั้น มุมเล็กๆ แถวถนนพัฒนาการ
คุณน้าผม กำลังอยู่ในช่วงเวลาการบำบัดคีโม หลังตรวจพบมะเร็ง
ท่านเดินกับแม่ผม ใต้แสงจันทร์ยิ้มนวล
ท่านบอกว่า ไม่เคยเห็นจันทร์ยิ้มแบบนี้เลย ตลอดห้าสิบกว่าปีที่ผ่านชีวิตมา
ท่านบอก คงต้องยิ้มสู้กันต่อไป

เมื่อการยิ้มเป็นสิ่งดี ถ้าจันทร์ยิ้มอยูบนฟ้าทุกคืนก็คงดีไม่น้อย
แต่จันทร์มองเราแล้ว คงยิ้มไม่ออก หรือคงยิ้มในความเหนื่อยหน่ายกับการกระทำของมนุษยชาติ

แต่ในเมื่อจันทร์มองเราแล้วไม่ยิ้ม
ทำไมเราไม่มองจันทร์แล้วยิ้มดูหล่ะครับ


ลองยิ้มให้กับท้องฟ้าที่ยังสดใสปลอดโปร่งเพียงพอให้เรามองจันทร์ได้
ลองยิ้มให้กับเวลา และกล้ามเนื้อ ที่เรายังมีเพียงพอ ให้มีเวลา และกำลังเพียงพอในการเงยหน้ามองจันทร์ ทั้งที่หลายคนบนโลกกลับไม่มีเวลา หรือไม่มีกำลังเพียงพอเหมือนเรา
ลองยิ้มให้กับโอกาสของชีวิตนี้ ที่ได้เกิดมามองจันทร์ ที่ยังมีอะไรดีๆ ให้ทำอีกตั้งเยอะ


ว่าไหมหล่ะครับ?

Saturday, August 16, 2008

17 สิงหาคม 2551-จันทรุปราคา

รูปจาก Wikipedia

คืนนี้ที่กรุงเทพฯ โชคดีที่ฟ้าเปิด

อุปราคาครั้งสุดท้ายของปีนี้ แม้จะไม่เต็มดวง แต่ก็ถือว่าได้ถึง 80%
ครั้งต่อๆ ไปคือ
9 ก.พ. 2552 แต่จะเต็มดวงเลย คือ 21 ธ.ค. 2553

Thursday, June 07, 2007

คืนวันที่ 7 มิถุนายน 2550
สถานที่ บ้าน แถวฝั่งธน
กล้อง Orion Space Prop 130
กล้องตา 25mm

20.00 น. ขับรถกลับบ้าน
ฟ้าทางตะวันออกมีดาวดวงนึง ใหญ่ และสว่างมาก

ตอนแรกนึกว่า เครื่องบินบินต่ำๆ แต่มันนิ่งเกินกว่าจะเป็นเครื่องบิน
และกระพริบน้อยกว่าจะเป็นดาวฤกษ์
สันนิษฐานว่า คงเป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง

ซึ่งไม่บ่อยครั้งนักที่จะเห็นดาวสว่างแบบนี้ในฟ้ากรุงเทพฯ

ที่เคยเห็นมาแล้วคือ ดาวเสาร์
แต่คราวนี้สว่างกว่ามาก

20.45 น. กลับถึงบ้าน

เพิ่งสังเกตว่า วันนี้ฟ้ากรุงเทพเปิดมากกว่าวันไหนๆ ในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา
คว้ากล้องตามาส่องดู ดาวสว่างนั่น มันอยู่ข้างๆ ดาวแดงอันทาเรส (จุดกึ่งกลางตัวของราศีแมลงป่อง)

ถ้าดาวสว่างนั่น เป็นดาวเสาร์ ก็ไปนอนดีกว่า
แต่เท่าที่สังเกต ไม่เห็นวงแหวนเหมือนดาวเสาร์ที่เคยเห็น
และไม่เห็นอะไรนอกจากจุดสว่างสีขาวดวงใหญ่

21.15 น. ตัดสินใจตั้งกล้อง
ตั้งกล้องแบบเร็วๆ ไม่ตั้งพิกัด และน้ำหนักถ่วง
และแล้ว
มันก็ปรากฏตัวออกมาจนได้

มันคือดาวพฤหัส พร้อมบริวารสามดวง
ปกติแล้วน่าจะมีอีกดวงนึง ให้ครบสี่ดวง ตามบริวารทั้งสี่ ที่กาลิเลโอค้นพบเมื่อสี่ร้อยปีก่อน
หรือที่เรียกว่า กาลิเลี่ยน (Galilean Moons) คือ
ไอโอ ยูโรป้า แกนิมีด และ คาลิสโต

วันนี้เห็นแค่บริวารสามดวง
อีกดวงคงเคลื่อนอยู่ด้านหน้า หรือด้านหลังดาวแก๊สยักษ์นั่น

22.00 น.
กลับมาเปิดโปรแกรม Starry Night ก็เป็นไปตามคาด
พบว่า ไอโอ ดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดของดาวพฤหัส โคจรมาอยู่บนตำแหน่งซ้อนทับกันกับดาวแม่
ทำให้เกิดจันทรคราส เป็นจุดเงาดำเล็กๆ บนเมฆแก๊สนั่นเอง

Monday, November 20, 2006

อิ่มหมูกระทะ มาตามหาแกแล๊คซี่

คืนวันที่ 21 ตุลาคม 2549
สถานที่ บ้านเพื่อนผู้น่ารักและใจดีคนหนึ่ง วังน้ำเขียว นครราชสีมา
กล้อง Orion Space Prop 130
กล้องตา 25mm, 10mm, 5mm


22.00น.
คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด ดาวเต็มฟ้า
แม้อยู่กลางเขา
แต่รีสอร์ทข้างๆ และที่ยอดเขาไกลออกไป ก็ส่งแสงรบกวนได้ไม่น้อย ทำให้ดาวที่ขอบฟ้าไม่ชัดนัก


แต่ก็ถือว่าคุณภาพฟ้าก็ดีมาก ถ้าเทียบกับหลายทริปที่ผ่านมา
ทางช้างเผือกเห็นอยู่ลางๆ พาดอยู่แนวตะวันออกเฉียงเหนือ สู่ตะวันตกเฉียงใต้
ดาวเต็มฟ้า วาดรูปเป็นกลุ่มดาว และจักรราศี แด้วยดาวสว่างที่ชัดๆ ตามจิตนาการพอได้

เพราะนี่เป็นเดือนตุลาคม ดวงอาทิตย์โคจรอยู่บริเวณราศีตุลย์
ดวงอาทิตย์ตกไปซักพักใหญ่ๆ แล้ว
ฟ้าด้านตะวันตกยังพอทันเห็น ราศีพฤศจิก หรือแมงป่อง แค่ส่วนหาง
กลุ่มดาวคนครึ่งม้ายิงธนู ประจำเดือนธันวาคม กำลังจะตกตามไป




ฟ้าทางด้านเหนือ ชัดที่สุดคือ สามเหลี่ยมฤดูร้อนตัวเดิม
ประกอบด้วยดาวสว่างสามดวง
กลุ่มที่ชัดที่สุดคือ กลุ่มดาวหงส์ หรือ Cygnus




ในสามเหลี่ยมฤดูร้อน มีของให้ดูเยอะ แต่หาไม่ค่อยเจอ
หรือเจอแล้วก็ไม่มีสี เลยไม่ค่อยตื่นตาตื่นใจ

สิ่งที่หามานานอีกอย่างคือ แกแล็คซี่แอนโดรเมดร้า
วิธีหาก็ง่ายๆ คือจากกลุ่มดาวค้างคาว
จะเล็งมาที่ดาวชัดๆ ดวงหนึ่งซึ่งอยู่ในกลุ่มดาวแอนโดรเมดร้า
ถัดไปข้างบนก็เป็นอีกดวงนึง
มองกลับมาทางซ้าย ประมาณ 14 องศา
หรือคือประมาณระยะระหว่างปลายกางนิ้วก้อยกับนิ้วชี้เมื่อเหยียดมือไปสุดแขน




แกแลคซี่แอนโดรเมดร้า ตามภาพในแผนที่ดาวคอมพิวเตอร์ เป็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจ
แต่พอส่องกล้อง มองไป ณ ตำแหน่งนั้น กลับเห็นแค่เป็นแค่กลุ่มฝุ่นจางๆ



2.00น.
หลับไปงีบนึง ออกมาดูอีกรอบ
ดาวเต็มฟ้าเหมือนเดิม

เริ่มหึกเหิม พยายามตามหาดาวหางอยู่สองสามดวง
ดาวหาง Faye ที่ความส่องสว่างหรือ โชติมาตร (Magnitude) อยู่ที่ประมาณ สิบกว่าๆ
(ตาเปล่ามองเห็นที่ระดับประมาณหก เลขน้อยคือสว่างมาก)
ดาวหาง Siding Spring (P/2006 HR30) Magnitude 12.79
หาจนเวียนหัวจะอ้วกเป็นหมูกระทะ ก็หาไม่เจอ




โชคยังเข้าข้างอยู่บ้าง
ที่ฝนดาวตก เลโอนิค ผ่านมาให้เห็นแก้เบื่อเกือบทุกห้านาที
บางลูกตกลงมาเป็นบอลไฟ ระเบิดเสียงดังบึ้ม เหลือร่องรอยควันจางๆ หางยาวๆ ให้เห็น

บางทีก็เห็นดาวเทียม วิ่งเร็วปรู๊ด ผ่านหน้ากล้องไปให้ตื่นเต้นบ้าง

ตีสามกว่าแล้ว ยังหาอะไรดูไม่เป็นชิ้นเป็นอัน กำลังจะถอดใจไปนอน
ดูแผนที่ดาวอีกรอบ ไล่หาตาม ระดับความสว่าง เจอที่สว่างเด่นคือ ดาวเสาร์
แต่ดูตำแหน่งแล้ว เพิ่งโผล่จากขอบฟ้า คงต้องรอประมาณตีห้า
แต่เดี๋ยวก่อน ดาวอะไรนั่นหลุดจากแนวภูเขามาไม่มาก ตำแหน่งเหมือนดาวเสาร์เลย
เอากล้องส่องดู
มันคือดาวเสาร์นั่นเอง
แถมมาอีกอันคือ ไทตัน ดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ



นอนตาหลับ ด้วยดาวเสาร์และไทตั้น จริงๆ คราวนี้

(ภาพประกอบจากโปรแกรมดูดาว Starry Night 2006 บวกการปรับแต่ง)

Tuesday, October 10, 2006

ทำไมดาราศาสตร์จึงน่าสนใจ?

ส่วนตัวผมเอง ผมสนใจมันหลายๆ แง่มุม

หากมองในแง่ของความเชื่อ นิยาย จิตนาการ
ตัวเอกหลายตัว ในเทพปกรนัมกรีก วิ่งเพ่นพ่านอยู่บนฟ้า
เฮอคิวลิส โอไรออน หรือเทพเจ้าสงคราม Mars เทพแห่งความงาม Venus
สัตว์หิมพานต์ลาติน พวก เปกาซัส เซนทอร์ เดรโก้ มากันหมด
มองมาทางไทย ทำให้รู้จิตนาการของคนไทยสมัยก่อน ก็เท่ไม่หยอก
มีดาวเต่า ดาวจระเข้ ดาวไถ ดาวค้างคาว ดาวลูกไก่ หรือแม้แต่กระต่ายบนดวงจันทร์

หากมองในแง่วิทยาศาสตร์
มันเป็นความจริงที่พอคุณรู้ มันเหนือจินตนาการไปไกลกว่าความรู้ประจำวัน
ในยุคแรก มนุษย์เชื่อว่า ตกดึก มีเทพนำถุงดำที่มีรูรั่วพรุนไปหมด มาคลุมโลกไว้
ต่อมาอีกนาน กาลิเลโอเถียงคอเป็นเอนว่าโลกกลม
นิวตั้นบอกเรื่องแรงดึงดูดระหว่างมวลใหญ่ๆ ที่ทำให้โลก โคจรรอบดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์โคจรรอบโลก
ไอสไตน์เก่งกว่า ที่เกือบอธิบายได้ทั้งหมด พร้อมทฤษฏีบางอันยังนำไปสู่การค้นพบอีกมากมาย

หากมองในมุมมองของธรรมะ
มันทำให้คุณรู้สึกเป็นเพียงแค่เสี้ยวเล็กของเม็ดทราย ท่ามกลางมหาสมุทรกว้างใหญ่
อัตตาที่เรามี ความเป็นตัวกูของกู มันช่างกระจิดริด เมื่อเทียบกับการกำเนิดของบิกแบงค์เมื่อหลายหมื่นล้านปีก่อน
ขนาดของโลกที่เราอยากเดินทางรอบ เล็กกว่าดาวพฤหัส พันสามร้อยกว่าเท่า

หากมองในมุมมองของอารมณ์โรแมนติก
“คืนที่ดาวเต็มฟ้า ฉันจิตนาการเป็นหน้าเธอ”
“จันทร์ไม่มองแล้วจันทร์ไม่มอง”
ด้วยแรงบันดาลใจใดๆ ที่ให้เพลงพวกนี้ออกมาก็เถอะ
แต่ถ้าคุณมาโอกาสนั่งใต้ฟ้าที่มีดาวสุกสกาวเต็มฟ้า
หรือ นั่งมองจันทร์ขอบฟ้า ดวงกลมโต
มันสวยจริงๆ
ลองดูสิ

Thursday, October 05, 2006

ขาย Hubble Telescope

รูปจากwww.telescopes.com/

ราคาแค่เกือบหมื่นล้านเหรียญเอง สนใจ คลิก

ลองกด Add to Cart ดู
พิเศษ! ฟรีค่าขนส่ง(แล้วใครจะขึ้นไปเอานะ)

ช่างมีอารมณ์ขันกันจริงๆ

Wednesday, October 04, 2006

คืนแรก กำลังใจ ภายใต้น้ำค้าง และเมฆหมอก

คืนวันที่ 23 กันยายน 2549
สถานที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จุดกางเต้นลำตะคอง
กล้อง Orion Space Prop 130
กล้องตา 25mm, 10mm

เวลา 21.00น.
เงยหน้ามองฟ้า ที่เห็นชัดที่สุดคือ สามเหลี่ยมของ ดาวสว่างระดับตาเห็น Vega Altair Deneb สามดวงนี้ เป็นเครื่องมือที่ดีในการหาทิศเหนือยามหัวค่ำเช่นกัน ในกรณีขอบฟ้ามีเมฆ หรือแสงไฟมาก

เป้าหมายแรก คือการหา “อะไรน่าดู” แถวๆ สามเหลี่ยมนี้ แต่จนแล้วจนรอด ประกอบด้วยความไม่ชำนาญ ทำให้หาอะไรดูไม่ได้เลย อุปสรรค์สำคัญอีกอย่างคือ น้ำค้าง คืนนี้เป็นคืนที่น้ำค้างลงหนักมาก เพียงแค่วางกล้องไว้ไม่ถึงสิบนาที กล้องจะเปียกเหมือนโดนฝนปรอยๆ ได้เลยทีเดียว
ส่วนเมฆ นับว่ายังเป็นโชคดีที่ฟ้ายังเปิดอยู่บ้าง เพราะก่อนมาตรวจสอบเมฆแล้วแทบไม่มีความหวัง ฟ้าเปิดรอบแรกราวสามทุ่ม ก่อนดาวมัวๆ จะค่อยๆ จางหายไปตอนก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อย
--------------------
เวลา 0.00น.
เข้านอนด้วยความผิดหวัง จากการไม่เห็นอะไรจริงจัง กับการออกมาดูดาวครั้งแรก
--------------------
เวลา 3.00 น.
ฟ้าเปิดรอบที่สอง ด้วยความมีน้ำใจของเพื่อนร่วมทริปที่ไม่หลับไม่นอน แล้วมาสะกิดให้ตื่นจากเต้นท์ที่หลังคาชุ่มไปด้วยน้ำค้าง
ฟ้าเปิดคราวนี้ คุณภาพดีกว่าเมื่อหัวค่ำมาก
ที่เห็นเด่นสุดคือฟ้าทางด้านทิศใต้ กลุ่มดาวเต่า และดาวไถ (Orion) เห็นได้ชัดเจนมาก และคงเป็นการง่ายถ้าได้เริ่มจากตรงนั้น

จากดาว Alnitak ดาวตัวล่าง ริมสุดของกลุ่มดาวไถ ถัดมาทางขวาเล็กน้อย ประมาณ หกองศา Azimuth

พบแล้ว

สิ่งที่น่าสนใจ มันคือ กลุ่มฝุ่นเนบิวล่า สองอัน อันล่างขวาคือ เนบิวล่า M42* แม้ภาพที่เห็นจะไม่หวือหวาเหมือนในจอคอมพิวเตอร์ แต่ภาพที่ปรากฏให้ตาเปล่าได้เห็นมันน่าตื่นเต้นดีแท้

โอกาสดีฟ้าเปิด เห็นกระจุกดาวลูกไก่อยู่เกือบกลางหัว และแล้ว ลูกไก่ทั้งเจ็ด (Seven Sisters) ก็เผยโฉมที่แท้จริง

แม้ฟ้าจะเปิดอย่างมีคุณภาพ แต่แสงไฟจากกลุ่มเต้นรอบข้าง และอาคารสุขาที่ห่างออกไปทุกทิศ ทำให้ไม่สามารถเห็นดาวบริเวณขอบฟ้าได้ ส่วนแผนที่ดาวที่พึ่งพาแต่คอมพิวเตอร์ laptop ที่แบตหมดเร็ว และไม่เหมาะต่อคืนน้ำค้างลงหนัก ก็ไม่สามารถรับใช้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนัก
ถัดจากกระจุกดาวลูกไก่ที่จริงๆมีมากกว่าเจ็ดตัวแล้ว เมื่อหันหน้ามาทางทิศเหนือ ก็เห็นแนวขาหลังของ เปกาซัส เลยถือโอกาสหาแกแล็กซี่แอนโดรเมดร้า อยู่นาน แต่หาไม่เจอ สุดท้ายฟ้าปิดลง
--------------------
เวลา 5.00น.
หลับตานอนอย่างเป็นสุข คืนแรกในชีวิต ที่ตั้งใจมองแสงแห่งอดีตที่อาบเรามาชั่วชีวิตอย่างจริงจัง
ได้แค่นี้ก็คงคุ้มแล้ว

--------------------

*เนบิวล่า M42 เป็นกลุ่มดาววัยรุ่นสีฟ้า มีความร้อนจนทำให้กลุ่มแก็สที่อยู่ข้างเคียง สามารถเรื่องแสงออกมาได้ ซึ่งกลุ่มแก๊สที่ว่านี้ ขนาดความกว้างประมาณสองเท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางของระบบสุริยะของเรา
หากมีผู้สังเกตโลกของเราด้วยกล้องโทรทัศน์วิเศษจากกลุ่มเนบิวล่า M42 ตอนนี้เขาจะเห็นหลวงจีน Faxian เพิ่งกลับจากอินเดีย และกำลังแปลพระไตรปิฏกเป็นภาษาจีนอย่างขมีขมันอยู่ นั่นหมายความว่า ภาพเหล่านั้น แม้เดินทางด้วยความเร็วแสง ยังต้องใช้เวลาถึงหนึ่งพันหกร้อยปี

ภาพและข้อมูลจาก โปรแกรม Starry Night